โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ.)

 

 

โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ.)

 

 

จากคำรายงานของ “อิมามุ้ลฮะร่อมัยน์” นักวิชาการชาวอะฮ์ลิซซุนนะฮ์

 

                 ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ได้ยกมือขึ้นและกล่าวว่า : “โอ้อัลลอฮ์! โปรดสาปแช่ง (ละอ์นัต) ผู้ที่อธรรมต่อนาง และโปรดลงโทษผู้ที่แย่งชิงสิทธิ์ของนาง และโปรดยังความอัปยศอดสูแก่ผู้ที่ทำให้นางได้รับความต่ำต้อย”

 

                 อับดุลมะลิก บินอับดุลลอฮ์ บินยูซุฟ ญุวัยนีย์ ผู้เป็นที่รู้จักในนาม “อิมามุลฮะร่อมัยน์” เสียชีวิตในปี ฮ.ศ. 478 เป็นหนึ่งในนักวิชาการที่โดดเด่นของชาวอะฮ์ลิซซุนนะฮ์ และเป็นอาจารย์ของนักวิชาการของชาวอะฮ์ลิซซุนนะฮ์จำนวนหนึ่ง

 

                “ซะฮะบีย์” ผู้เป็นนักวิชาการคนสำคัญทางด้านวิชา “ริญาลุลฮะดีษ” (วิชาที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการอธิบายสถานภาพของนักรายงานฮะดีษ) ของชาวอะฮ์ลิซซุนนะฮ์ มีความภูมิใจในความเป็นลูกศิษย์ของตน และได้กล่าวถึงเขาไว้ในหนังสือ “ตัซกิร่อตุ้ลฮุฟฟาศ” ของตนว่า :

 

الإمام المحدث الأوحد الأكمل فخر الاسلام

“(ญุวัยนีย์) คืออิมาม (ผู้นำ) ผู้รายงานฮะดีษ ผู้เป็นเลิศ ผู้มีความสมบูรณ์และเป็นความภาคภูมิใจของอิสลาม” (1)

 

ญุวัยนีย์ (อิมามุ้ลฮะร่อมัยน์) ได้รายงานไว้ในหนังสือ “ฟะรออิดุซซิมฏอยน์” ของเขาว่า : วันหนึ่งขณะที่ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) กำลังนั่งอยู่ ท่านฮะซันได้เข้ามา เมื่อสายตาของท่านศาสดาได้มองไปยังท่าน (ฮะซัน) ดวงตาทั้งสองของท่านก็เอ่อนองไปด้วยน้ำตา จากนั้นท่านฮุเซน ก็เข้ามา ท่านก็ร้องไห้อีก จากนั้นท่านอะลีและท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ก็เข้ามา                     ท่านศาสดาก็ร้องไห้อีก เมื่อพวกเขาถามท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ถึงเหตุผลของการร้องไห้ ท่านจึงกล่าวเช่นนี้ว่า :

 

وَ أَنِّی لِمَا رایتُها ذَكَرتُ مَا یُصْنَعُ بِهَا بَعْدِی كانِّی بِهَا وَ قَدْ دَخَلَ الذُّلّ فِی بَیْتِهَا وَ انتَكَهَت حُرْمَتَهَا وَ غَصِبت حَقِّهَا وَ مُنِعَت اِرثها وَ كَسر جَنْبَهَا وَ أَسْقَطَ جَنِینَهَا وَ هِیَ تُنَادِی یَا مُحَمَّداً فَلَا تُجَابُ وَ تَسْتَغِیثُ فَلَا تُغَاثُ فَتَكُونُ أَوَّلُ مَنْ یَلْحَقَنِی مِنْ أَهْلِ بَیْتِی فَتَقَدَّمَ عَلِیَّ محزونَةٌ مكروبةٌ مَغمُومَةٌ مقتولةٌ فاَقُولُ عِنْدَ ذالك : اللَّهُمَّ الْعَنْ مَنْ ظَلمَهَا وَ عَاقِبْ مِنْ غَضَبَها وَ ذَلَّلَ مِنْ اَذَلَّها وَ خُلِّدَ فِی نَارِكَ مَنْ ضَرَبَ جَنْبهَا حتی أَلْقَتْ وَلَدَهَا فَتَقُولُ المَلائِكه عِنْدَ ذالك آمِینَ

“…และเมื่อฉันเห็นฟาฏิมะฮ์ ฉันได้นึกถึงสิ่งที่จะถูกกระทำต่อนางภายหลังจากฉัน ประหนึ่งว่าฉันอยู่กับนาง และได้เห็นความอัปยศอดสูได้เข้ามาสู่บ้านของนางเกียรติของนางได้ถูกทำลาย สิทธิของนางถูกแย่งชิง มรดกของนางถูกยับยั้ง กระดูกสีข้างของนางได้หัก ทารกในครรภ์ของนางได้แท้ง ในสภาพที่นางจะร้องเรียกว่า “โอ้มุฮัมมัด!” แต่ไม่มีผู้ใดตอบรับ และนางได้ร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีผู้ใดให้การช่วยเหลือแก่นาง นางจะเป็นบุคคลแรกจากอะฮ์ลุลบัยติ์ของฉันที่จะตามฉันไป และนางจะไปถึงฉันในสภาพที่เศร้าโศกเสียใจและเป็นผู้ที่ถูกฆ่า แล้วในช่วงเวลานั้นเอง ฉันจะกล่าวว่า : โอ้อัลลอฮ์! โปรดสาปแช่ง (ละอ์นัต) ผู้ที่อธรรมต่อนาง และโปรดลงโทษผู้ที่แย่งชิงสิทธิ์ของนาง โปรดยังความอัปยศอดสูแก่ผู้ที่ทำให้นางได้รับความต่ำต้อย และโปรดทำให้ผู้ที่ทุบกระแทกสีข้างของนางจนทำให้ลูกของนางแท้ง ต้องอยู่ในนรกเป็นนิรันดร์ และมลาอิกะฮ์ (ทวยเทพ) จะกล่าวในช่วงเวลานั้นว่า อามีน (ขออัลลอฮ์ทรงตอบรับการวิงวอนขอด้วยเถิด)” (2)

 

เชิงอรรถ :

 

(1) ตัซกิร่อตุลฮุฟฟาศ, เล่มที่ 4, หน้าที่ 1505, เลขที่ 24

 

(2) ฟะรออิดุซซิมฏ็อยน์, ญุวัยนีย์, เล่มที่ 2, หน้าที่ 35, ฮะดีษที่ 371

 

 

thaitalabeh.com