เป้าหมายของเดือนรอมฎอน ตอนที่ 1

รอมฎอนและความสำคัญของเดือนรอมฎอน ในทัศนะของอิสลามนั้นถือว่ายิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก เพราะเป็นพระบัญชา เป็นเดือนของพระองค์ เป็นเดือนที่บ่าวของพระองค์เป็นแขกของพระองค์ทั้งเดือน พระองค์แนะนำเดือนรอมฎอนในลักษณะหนึ่ง แต่ทวาพวกเรารู้จักเดือนรอมฎอนในอีกลักษณะหนึ่ง

เรารู้จักเดือนรอมฎอนในคำว่า “เดือนบวช” หรือเดือนถือศีลอดเท่านั้น ทั้งๆที่เป้าหมายแรก และนิยามแรกของเดือนรอมฎอนนั้นไม่ได้เกี่ยวกับการถือศีลอดเพียงอย่างเดียว พระองค์ได้กล่าวถึงเดือนรอมฎอนว่า เดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานที่เป็นธรรมนูญแห่งการใช้ชีวิตของมนุษยชาตินั้นได้ถูกประทานลงมา ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดคือ เดือนที่ “พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานได้ถูกประทานลงมา” ไม่ใช่ “เดือนบวช” หรือว่าเดือนแห่งเทศกาลถือศีลอด

รายงานต่างๆ จากบรรดาอิมามมะอ์ซูม (อ.) ได้ชี้ชัดว่า พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ได้ถูกประทานลงมาแก่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) สองครั้ง ครั้งแรกลงแบบทีเดียวจากต้นจนจบสมบูรณ์ และลงมาครั้งที่สอง เป็นการประทานลงมาตามเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ลงมาแก้ไขปัญหาต่างๆให้แก่ประชาชาติมุสลิม ประทานลงมาตามเหตุการณ์เพื่อให้ประชาชาติมุสลิมได้เข้าใจถึงแก่นแท้ของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน เป็นการลงมาให้คำตอบซึ่งใช้เวลานานถึง 23 ปี ตามเหตุการณ์ต่างๆ

รายงานต่างๆ อย่างมากมายสรุปได้ว่า พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานได้ถูกประทานลงมาทั้งเล่มหรือว่าทั้งต้นจนจบสมบูรณ์ ในดวงวิญญาณของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ซึ่งหมายความว่าท่านศาสดามฮัมมัด (ศ.) นั้นรู้อัลกุรอานทั้งหมด ก่อนที่วะฮ์ยูครั้งที่สองจะลงมาในลักษณะตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) กล่าวว่า เดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานได้ถูกประทานลงมา คือการลงมาทั้งหมดของอัลกุรอานในเดือนรอมฏอนอย่างสมบูรณ์แบบในครั้งแรก

เดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานถูกประทานลงมาแก่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ดังนั้นเดือนรอมฎอนจึงเป็นเดือนที่ถูกเลือกให้เป็นเดือนที่ประทานลงมาของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน นี่คือเนื้อหาแรกของเดือนรอมฎอน

คำว่า “รอมฎอน” จริงๆแล้วมีหลายความหมาย ภาษาอาหรับต้องการที่จะบอกถึงการจำเพาะเจาะจงว่าทำไมเดือนนี้ถึงได้ชื่อว่า “รอมฎอน” ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ได้กล่าวว่า “บาปต่างๆจะถูกขจัด จะถูกทำให้สะอาดในเดือนนี้” หรือจะพูดเป็นภาษาที่เข้าใจให้ง่ายขึ้นก็คือ เดือนรอมฎอน เป็นเดือนที่จะล้างบาปของมนุษย์ จะล้างบาปอย่างไรนั้นมาดูในเนื้อหาในรายละเอียดกัน

เดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) ต้องการที่จะล้างบาปให้กับมวลมุสลิมให้สะอาดบริสุทธิ์ พระองค์จึงให้ชื่อเดือนนี้ว่า “รอมฎอน” ตามรายงานบันทึกว่า “รอมฎอน” นั้นเป็นพระนามหนึ่งของ พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) ซึ่งอาจจะไม่ปรากฏอยู่ในจำนวน 99 พระนานที่เรารู้จักกัน ซึ่งความจริงแล้วพระองค์ยังมีพระนามอีกมากมายที่เรายังไม่ได้รู้จัก และที่ไม่ได้กล่าวในอัลกุรอาน แต่ถูกเปิดเผยในวจนะต่างๆ มากมายของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) และในวจนะของบรรดาอิมามมะอ์ซูม (อ.)

มาดูอีกรายงานหนึ่งของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ที่ท่านได้กล่าวว่า “มหาบริสุทธิ์ยิ่งแห่งพระองค์ พวกท่านจะต้อนรับเดือนนี้อย่างไร? และเดือนนี้จะต้อนรับพวกเจ้าอย่างไร? เดือนนี้มาเยือนพวกเจ้าแล้ว” ในรายงานได้ถูกบันทึกไว้ว่า ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ได้กล่าวอย่างนี้ถึงสามครั้งติดต่อกัน ซึ่งเป็นการกล่าวให้ผู้ฟังนั้นให้ความสำคัญในคำวจนะของท่าน

พิจารณาประโยคทั้งสองให้ดี มนุษย์เป็นทั้งเจ้าภาพ และเป็นทั้งแขก เมื่อเดือนนี้มาเยือน เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และเป็นเรื่องที่แปลก มนุษย์ได้เป็นทั้งแขกและเป็นทั้งเจ้าภาพของเดือนนี้ ซึ่งนี่คือความหมายที่สมบูรณ์ของเดือนรอมฎอน

อีกรายงานหนึ่งที่จะมาอธิบายความหมายของคำว่า “รอมฎอน” ที่ได้ถูกบันทึกไว้ว่า เมื่อเดือนรอมฎอนมาถึงนั้นท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ได้ขึ้นไปบนมิมบัรทันที เมื่อได้รับการแจ้งข่าวว่ามีการเห็นเดือนรอมฎอน แลกล่าวด้วยเสียงอันดังว่า “โอ้มนุษยชาติทั้งหลาย แท้จริง “ชะฮรุ้ลลอฮฺ” เดือนของอัลลอฮ์ เดือนแห่งพระผู้เป็นเจ้าได้มาเยือนเจ้าแล้ว ซึ่งเป็นเดือนที่มีบารากัต (สิริมงคล) เดือนที่ต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา เดือนแห่งการให้อภัย เป็นเดือนที่ประเสริฐกว่าทุกๆเดือน ณ อัลลอฮ์ (ซ.บ) เป็นเดือนที่ประเสริฐสุด

เพราะฉะนั้นเราต้องรู้ว่าเรากำลังอยู่ในช่วงที่ประเสริฐสุดแห่งปี เวลาในแต่ละวันของมันก็เป็นเวลาที่ประเสริฐสุด และกลางคืนของมันนั้นก็เป็นคืนที่ประเสริฐสุด และแต่ละชั่วโมง แต่ละนาทีของมันประเสริฐกว่าทุกๆช่วงเวลาที่มีอยู่ เพราะเป็นเวลาที่บ่าวทุกคนถูกเชิญไปงานเลี้ยงของอัลลอฮ์ (ซ.บ)”

ประโยคสุดท้ายที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) กล่าวว่า ทุกคนถูกเชิญไปงานเลี้ยงของอัลลอฮ์ (ซ.บ) คำว่า “ฎียาฟะห์” ในภาษาอาหรับนั้นจะไช้กับงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นงานเลี้ยงที่มีระดับ ซึ่งหากเป็นงานเลี้ยงทั่วไปภาษาอาหรับจะไช้คำว่า “อิฏอาม” หรือคำอื่นๆ แต่คำว่า “ฎียาฟะห์” จะใช้เฉพาะงานเลี้ยงที่มีระดับ และเป็นงานเลี้ยงที่สมบูรณ์ที่สุดเท่านั้น เพราะฉะนั้นท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ได้กล่าวว่าพวกเจ้าทุกๆคนถูกเชิญไปงานเลี้ยงของอัลลอฮ์ (ซ.บ) ตรงนี้เองที่มนุษย์ทุกคนเป็นแขกของอัลลอฮ์ (ซ.บ)

เดือนนี้ที่มนุษย์ถูกทำให้มีเกียรติที่สุด ณ พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) เป็นเดือนแห่งการใช้ชีวิตของผู้ที่มีเกียรติ เนื่องด้วยความประเสริฐของเดือนนี้ทำให้ลมหายใจเข้าออกของมนุษย์ เป็นการรำลึกต่อพระองค์ ดังนั้นบุคคลใดก็ตามที่มีลมหายใจอยู่ในเดือนนี้ ลมหายใจของเขาคือการรำลึกถึงพระองค์ การหายใจเข้าออกของเขามีผลตอบแทน จึงสามารถกล่าวได้ว่ามนุษย์ที่สามารถมีชีวติในเดือนนี้ได้ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็นมนุษย์ที่มีเกียรติ ณ พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) มนุษย์ต้องหายใจอยู่แล้ว แต่การหายใจในเดือนอื่นแค่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายเท่านั้น แต่การหายใจอยู่ในเดือนรอมฎอนให้ประโยชน์กับจิตวิญญาณ และอาคีเราะห์ของเขา