อะลี ในคำพูดของท่านศาสดามุฮัมหมัด(ศ็อลฯ)

อะลี ในคำพูดของท่านศาสดามุฮัมหมัด(ศ็อลฯ)

อัมมารฺ บิน ยาซิร ได้เล่าว่า ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ(ศ.) ได้บอกแก่ท่านอมีรุล มุอฺมินีน(อิมามอะลี(อ.)) ว่า “โอ้อะลี อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ได้ประทานคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่พระองค์ไม่เคยประทานแก่ใครเลยให้แก่เจ้า นั่นคือ ความเคร่งครัดในโลกนี้ ซึ่งเป็นเครื่องประดับสำหรับมนุษย์ในสายตาของอัลลอฮฺ อัลลอฮฺทรงทำให้เจ้าไม่ได้รับอะไรจากโลกนี้ และโลกก็ไม่ได้รับอะไรจากเจ้า พระองค์ทรงมอบความรักต่อคนยากจนให้แก่เจ้า และทำให้เจ้าพึงพอใจในการปฏิบัติตามของพวกเขา และพระองค์ทรงทำให้พวกเขาพอใจที่เจ้าเป็นอิมามของพวกเขา”

อะฮฺมัด บิน ฮัมบัล ได้เขียนในหนังสือมานากิบของเขาว่า วันหนึ่งซาตานได้มายุยงท่านอะลี(อ.) ว่าให้เก็บสะสมทรัพย์สินและเงินทองไว้ให้เต็มคลังของรัฐ ท่านอะลี(อ.) จึงได้ไปที่บัยตุลมาล(คลังของรัฐ) และสั่งให้เรียกประชาชนมา หลังจากนั้นท่านได้เริ่มแจกจ่ายทรัพย์สินในนั้นจนกระทั่งหมดทุกอย่าง แล้วท่านกล่าวว่า “โอ้ทองคำและเงินเอ๋ย จงล่อลวงผู้อื่นเถิด” เมื่อคลังของรัฐว่างลงแล้ว ท่านได้สั่งให้ล้างชำระมันด้วยน้ำ จากนั้นท่านทำนมาซเพื่อการขอบคุณสองรอกาอัต

อิมามฮะซัน(อ.) ได้เล่าว่า “บิดาของฉันไม่ได้สะสมทรัพย์สมบัติใดๆ ไว้ และท่านก็ไม่ได้ทิ้งอะไรไว้เลยนอกจากเงินจำนวนหกร้อยดิรฮัม ซึ่งท่านต้องการที่จะใช้เพื่อการปล่อยทาสให้เป็นอิสระ”

เซด บิน อะบีวาฮับเล่าว่า วันหนึ่งท่านอมีรุล มุอฺมินี(อ.) ได้ออกมาจากบ้านโดยที่เสื้อคลุมของท่านมีรอยปะชุนทั่วไปหมด อิบนิ นะอฺญา คาริจี รู้สึกโกรธที่เห็นท่านเช่นนั้นจึงกล่าวว่า “ท่านเป็นหัวหน้าของบรรดาผู้ศรัทธา เสื้อผ้าเช่นนี้ไม่เหมาะสมกับท่าน” ท่านอิมาม(อ.) ได้ตอบไปว่า “ท่านกังวลใจอะไรกับเสื้อผ้าของฉัน เสื้อของฉันตัวนี้ห่างไกลจากความหยิ่งทะนง และมันเหมาะสมที่จะเป็นแบบอย่างสำหรับชาวมุสลิม”

อะฮฺมัด บิน ฮัมบัล ได้เขียนไว้ในมะนากิบว่า ในระหว่างสมัยการปกครองของท่านอิมามอะลี(อ.) นั้น ท่านได้เวื้อเสื้อตัวหนึ่งราคาสามดิรฮัม ซึ่งแขนของมันยาวเกินไป ท่านจึงต้องตัดให้สั้นลง หลังจากนั้นท่านกล่าวว่า “ขอขอบคุณต่อพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงประทานเสื้อเช่นนี้ให้แก่ฉัน”

อะฮฺมัด บิน ฮัมบัลยังได้เขียนในมุสนิดของเขาว่า สุวัยด์ อิบนฺ กอฟลา ได้เล่าว่า วันหนึ่งฉันไปหาท่านอมีรุล มุอฺมินีน(อ.) และพบว่าท่านนั่งอยู่บนกระสอบผืนเก่าๆ ที่ขาดวิ่น ฉันจึงกล่าวว่า “ท่านเป็นถึงผู้ปกครองของชาวมุสลิม และเป็นเจ้าของกองคลังของรัฐ แต่ท่านยังนั่งบนกระสอบเก่าๆ เช่นนี้หรือ? ท่านต้องต้อนรับแขกอีกด้วย ไม่มีอะไรที่ดีกว่านี้ในบ้านของท่านอีกแล้วหรือ?” ท่านกล่าวว่า “โอ้สุวัยด์ คนฉลาดย่อมไม่ยึดติดกับบ้านที่เขาต้องจากมันไปในวันหนึ่ง เรามีที่อยู่อาศัยถาวรอยู่ข้างหน้า ซึ่งเราจะต้องไปหามันในไม่ช้า” อาหารของอิมามคือขนมปังที่ทำจากแป้งข้าวบาร์เลย์ หรือข้าวบาร์เลย์ที่กะเทาะเปลือกออกไม่หมด วันหนึ่งมีอาหารพิเศษอย่างอื่นวางอยู่ตรงหน้าท่าน แต่ท่านไม่ได้รับประทานอะไร เขาจึงถามว่า “มันเป็นของฮะราม(ต้องห้าม) หรือ?” ท่านกล่าวว่า “ไม่หรอก แต่ฉันไม่ต้องการให้ตัวเองเคยชินกับสิ่งที่ท่านศาสดา(ศ.) ไม่เคยบริโภค” เมื่อมีผู้ถามว่า “อัลลอฮฺผู้เกรียงไกรได้ให้ท่านเป็นเจ้าของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ ทำไมท่านจึงไม่รับประทานอาหารที่ดีๆ?” ท่านตอบว่า “ฉันเคยได้ยินท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ(ศ.) กล่าวว่า ไม่เป็นการอนุญาตให้ผู้ปกครองใช้จ่ายจากกองคลังของรัฐมากกว่าสองหน่วย หน่วยหนึ่งสำหรับตัวเขาเอง และอีกหนึ่งหน่วยสำหรับแขกของเขา”

สุวัยด์เล่าว่า “วันหนึ่งฉันไปหาท่านอิมาม มีขนมปังจากแป้งบาร์เลย์ก้อนหนึ่งและนมแก้วหนึ่งวางอยู่ข้างหน้าท่าน ขนมปังนั้นแห้งและแข็งมากจนท่านต้องใช้สองมือหักมันและบางครั้งต้องวางบนขาแล้วหัก ฉันรู้สึกไม่สบายใจที่เห็นเช่นนั้น ฉันจึงบอกแก่สาวใช้คนหนึ่งของท่านที่ชื่อฟิซซาว่า “เธอไม่สงสารท่านอมีรุล มุอฺมินีนบ้างเลยหรือ? อย่างน้อยเธอก็ควรจะกะเทาะเปลือกออกจากเมล็ดข้าวก่อนที่จะมาบดทำแป้งและขนมปัง ไม่เห็นหรือว่ามันมีเปลือกแข็งอยู่มากเกินไป?” ฟิซซากล่าวว่า “จะให้ฉันทำอย่างไร? ท่านอิมามให้ฉันสาบานว่าจะไม่ร่อนแป้งที่จะทำขนมปัง” ท่านอิมามกล่าวว่า “โอ้สุวัยด์ ท่านศาสดา(ศ.) และอะฮฺลุลบัยตฺ(วงศ์วานผู้บริสุทธิ์)ของท่าน ไม่เคยกินขนมปังจนอิ่มถึงสามวันติดต่อกัน และไม่เคยใช้แป้งร่อน”

ในหนังสือนะฮฺญุล บะลาเฆาะฮฺ ท่านอิมามมักกล่าวถึงการดื่มน้ำส้มกับเกลือ ท่านชอบรับประทานผัก และนมอูฐ ท่านรับประทานเนื้อสัตว์น้อยมาก และท่านกล่าวว่า “อย่าทำให้ท้องของพวกท่านเป็นสุสานของสัตว์”