วัน “อัล กุดส์ สากล”

ในหน้าประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติเมื่อปี ฮ.ศ. 1399 ได้มีเหตุการณ์หนึ่งที่สำคัญยิ่ง ในช่วงแรกของการได้รับชัยชนะการปฏิวัติอิสลามในประเทศอิหร่านโดยการนำของ ท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) คือการประกาศให้ วันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอนอันทรงเกียรติ เป็น “วันกุดส์สากล” หรือวันแห่งการปลดปล่อย “อัลกุดส์” กิบลัตแรกของมวลมุสลิมจากการยึดครองของยิวไซออนิสต์ ซึ่งนับแต่นั้นมา เมื่อวันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอนในทุกๆ ปี มวลมุสลิมทั่วทั้งโลกก็ได้น้อมรับ คำประกาศนั้นของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) โดยการออกมาชุมนุมประท้วง และจัดงานรำลึกถึงอัลกุดส์

การประกาศให้วันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอนเป็น “วันกุดส์สากล” คือสิ่งจำเป็นประการแรกในทัศนะของท่านผู้นำการปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของมวลมุสลิมที่จะต้องปลดปล่อยอัลกุดส์ให้ออกจากการยึดครองของยิวไซออนิสต์

วันกุดส์สากล ไม่ได้เป็นวันที่เฉพาะสำหรับมัสยิดอัลกุดส์เท่านั้น ทว่าคือวันที่ผู้ถูกกดขี่ และมวลประชาชาติต่างๆ ที่ถูกกดขี่จากประเทศที่บ้าอำนาจอย่างอเมริกา หรือประเทศอื่นที่นอกเหนือจากอเมริกา จะลุกขึ้นต่อสู้กับผู้กดขี่เหล่านั้น

วันกุดส์สากล คือวันซึ่งจะชี้ชะตากรรมของผู้ถูกกดขี่ และผู้กดขี่ทั่วทั้งโลก เป็นวันซึ่งมวลมุสลิม และมวลประชาชาติที่กำลังถูกกดขี่ต้องให้ความสำคัญ เป็นวันซึ่งประกาศให้ผู้ที่คอยเป็นทาสรับใช้ของชาติมหาอำนาจอย่างอเมริกา หรือสมุนของพวกมันได้รับรู้ ว่าพวกเขาจะต้องถูกทำลายอย่างแน่นอน

วันกุดส์สากล ไม่ได้เฉพาะสำหรับพี่น้องมุสลิมปาเลสไตน์ และมัสยิดอัลอักศอ แต่เป็นวันแห่งอัลอิสลาม เป็นวันแห่งพระผู้เป็นเจ้า

เป้าหมายหรือปรัชญาที่แท้จริง ของการประกาศให้วันศุกร์สุดท้ายแห่งเดือนรอมฎอนอันทรงเกียรติ ของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) เป็นวันแห่งการปลดปล่อยอัลกุดส์ จากการถูกยึดครองของยิวไซออนิสต์ คือการรวมตัวกันสร้างเอกภาพขึ้นในหมู่มวลมุสลิม เพื่อทำลายล้างศัตรูของอิสลาม ซึ่งหากว่ามวลมุสลิมทั้งโลกเข้าใจถึงปรัชญาอันสูงส่งนี้ของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) อย่างแท้จริง โลกอิสลามที่มีแต่เรื่องการขัดแย้งกันในนิกายต่างๆ ก็จะกลายเป็นหนึ่งเดียว และจะกลายเป็นประชาชาติที่ยิ่งใหญ่ ที่สามารถจะรักษาไว้ซึ่งศาสนา อัลกุรอาน อัลกะอ์บะฮ์ อัลกุดส์ ฯลฯ แน่นอนเหล่าผู้ปฏิเสธคงไม่กล้าแม้แต่คิดที่จะทำลายหรือลบหลู่ศาสนาอิสลามได้

แต่ในปัจจุบันที่เราเห็นประจักษ์แก่สายตาของเราในทุกวันนี้คือ ยิวไซออนิสต์เพียงไม่กี่ล้านคนสามารถยึดครองกิบลัตแห่งแรกของมวลมุสลิมอย่างง่ายดาย พวกผู้ปฏิเสธสร้างภาพยนต์ต่างๆ อย่างมากมายออกมาเพื่อดูหมิ่นศาสนาอิสลาม หรือประพันธ์หนังสือเพื่อลบหลู่ศาสดาผู้บริสุทธิ์ (ศ) ครั้งแล้วครั้งเล่า นับไม่ถ้วน ซึ่งคิดว่าคงไม่มีมุสลิมคนใดที่มิได้ทราบข่าวการกระทำเหล่านี้ของศัตรูอิสลาม

เหตุผลเดียวที่มวลมุสลิมซึ่งมีจำนวนกว่าพันล้านคนทั่วทั้งโลก ยังไม่มียางอายต่อการกระเหล่านั้นที่พวกศัตรูที่มีต่อศาสนาอิสลาม และต่อท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ที่มวลมุสลิมหวงแหนนักหนา ก็คือการไม่เข้าใจต่อการเป็นหนึ่งเดียวกัน

ในขณะที่บรรดาศัตรูกำลังย่ำยี ดูถูกเหยียดหยาม ยึดครอง วันแล้ววันเล่า โจมตีตรงโน้นตรงนี้ ซึ่งพี่น้องมุสลิมของพวกเขาทั้งนั้น ที่ต้องสังเวยชีวิตไปกับความไม่มียางอายเหล่านั้น มุสลิมนับพันล้านมัวหลงระเริงอยู่กับกลไกอันน่าสมเพชที่เหล่าศัตรูสร้างเอาไว้ให้ได้เล่น และทะเลาะกันอย่างไม่มีวันจบสิ้น เรื่องของความแตกแยกระหว่างนิกายบ้าง นิกายนั้นเป็นผู้หลงผิด นิกายโน้นคือชาวนรก นิกายนี้เพ้อเจ้อ ชาติเชื้อพันธ์บ้าง มุสลิมนั่งถกนั่งเถียงเรื่องการเอาน้ำวุฎุ ทะเลาะกันเรื่องนมาซ ทะเลาะกันเรื่องการจ่ายซากาต ทะเลาะกันจนถึงกับต้องขึ้นไปห้ำหั่นว่าร้ายกันบนเวที โจมตีกันอย่างเสียๆ หายตามหน้าเว็บบอร์ดต่างๆ ในโลกอินเตอร์เน็ต บางประเทศถึงขั้นเข่นฆ่ากันเองในหมู่มุสลิม

ทั้งหมดเหล่านี้หากมวลมุสลิมพิจารณาสักนิด มันก็แค่เส้นผมบังภูเขา ที่บรรดาศัตรูสร้างกลไกเหล่านี้ขึ้นมาก็เพื่อสร้างความแตกแยก ให้เกิดขึ้นในหมู่มุสลิมทั่วทั้งโลก เพื่อง่ายต่อการควบคุม และง่ายต่อการทำลายล้างศาสนาอิสลามเท่านั้นเอง

การประกาศให้วันศุกร์สุดท้ายเดือนรอมฎอน เป็นวันกุดส์สากลของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) เป้าหมายของท่านก็คือ ให้มวลมุสลิมทั่วโลกได้รวมเป็นหนึ่งเดียว สร้างเอกภาพให้เกิดขึ้นในหมู่มุสลิม โดยการหยิบยกประเด็นการปลดปล่อยมัสยิดอัลอักศอ ที่ศัตรูยึดครองมาเป็นสโลแกนในการสร้างเอกภาพ เพราะอัลกุดส์ เป็นกิบลัตแห่งแรกของมวลมุสลิม เป็นแผ่นดินที่อยู่อาศัยของมุสลิมชาวปาเลสไตน์มาเนิ่นนาน ต่อไปนี้คือสุนทรพจน์ของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) ที่ได้กล่าวเอาไว้ในวันแห่งประวัติศาสตร์วันนั้น

“ข้าพเจ้า ได้รับทราบถึงอันตรายของพวกอิสราเอลที่มีต่อมวลมุสลิมมาช้านาน ซึ่งในวันนี้พวกมันได้บุกโจมตีพี่น้องสุภาพบุรุษและสตรีชาวปาเลสไตน์ของเราอย่างหนัก โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิมที่อยู่ทางภาคใต้ของประเทศเลบานอน โดยการ

مسجدین, [๒๒.๐๖.๑๗ ๐๘:๐๔]
เข่นฆ่า และระเบิดทำลายบ้านเรือนที่พักอย่างมิหยุดหย่อน

ข้าพเจ้าขอเชิญชวนมวลมุสลิม และนานาประเทศมุสลิมทั่วทั้งโลก ให้รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวในวันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอนอันทรงเกียรติ เพื่อต่อต้านและหยุดการทำลายล้างของพวกอิสราเอล ซึ่งวันต่างๆ ในเดือนรอมฎอนคือวันแห่งพลังอำนาจ เป็นวันที่สามารถจะชี้ชะตากรรมของพี่น้องชาวปาเลสไตน์ได้ ข้าพเจ้าขอให้ชื่อวันดังกล่าวว่า “วันกุดส์สากล” และขอให้ทุกคนช่วยกันผลักดันวันอันยิ่งใหญ่นี้ไปสู่นานาประเทศ ให้เป็นวันสำคัญเพื่อรักษาไว้ซึ่งสิทธิอันชอบธรรมของประชาชาติมุสลิมแห่งปาเลสไตน์ ขอพระองค์ทรงทำให้มวลมุสลิมมีชัยชนะเหนือผู้ปฏิเสธทั้งมวลด้วยเถิด

วัสลามุอาลัยกุมวาเราะห์มะตุ้ลลอฮิวะบารอกาตุฮ์

รูฮุลลอฮ์ มูซาวี โคมัยนี”

ณ วันนี้เราได้เห็นถึงความเป็นผู้มีโลกทัศน์อันยิ่งใหญ่ของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) การรำลึกและชุมนุมที่จะเกิดขึ้นในทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอนอันทรงเกียรติทุกปีตราบวันสิ้นโลก คือการรำลึกถึงท่านอิมามผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ ท่านคือผู้นำความเป็นเอกภาพมาสู่มวลมุสลิม โลกมุสลิมควรรำลึกถึงวันที่มีเกียรตินี้ อย่าปล่อยให้เหล่าผู้นำที่เป็นสมุนรับใช้ของพวกศัตรูลวงล่อได้ และนิ่งเฉยต่อวันสำคัญนี้

โอ้บรรดาศัตรูแห่งอิสลาม บรรดาผู้ทรยศต่อพี่น้องมุสลิมของตัวเอง และประเทศที่เป็นกบฏต่อศาสนาอิสลาม ที่ปล่อยให้พี่น้องมุสลิมชาวปาเลสไตน์ต้องถูกย่ำยี ถูกรุกรานวันแล้ววันเล่า อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย นับเป็นเวลากว่าสี่สิบปีแล้ว ที่เรื่องราวของพี่น้องมุสลิมปาเลสไตน์ถูกป่าวประกาศขึ้น มวลมุสลิมที่มียางอาย นักคิดนักเขียน ผู้รู้ นักการเมืองมุสลิมอีกหลายคน ต่างออกมาป่าวประกาศเรื่องนี้ และอีกนับพันคนที่ต้องเป็นชะฮีดในหนทางนี้

ลองคิดดูให้ดีว่าจะเป็นไปได้หรือ ที่ส่วนหนึ่งของโลกอิสลามจะตกอยู่ในการครอบครองของศัตรูตลอดไป หรืออิสลามยอมให้เป็นเช่นนั้นได้ หรือมวลมุสลิมจะอนุญาตให้เหตุการณ์นี้ดำเนินไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหรอก

อัลกุดส์ ไม่ใช่เรื่องของชาวปาเลสไตน์ แต่เป็นเรื่องของอิสลามและมวลมุสลิมทั่วทั้งโลก

อัลกุดส์ คือเรื่องของการสร้างเอกภาพในมวลมุสลิม คือการปลดปล่อยตัวเองจากการถูกกดขี่ จากบรรดาผู้กดขี่ทั้งมวล ใน “วันกุดส์โลก” มวลมุสลิมทั่วทั้งโลกจะยืนรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อปลดปล่อยมัสยิดอัลอักศอจากการถูกยึดครอง และอัลกุดส์จะกลายเป็นของมุสลิมอีกครั้งหนึ่งในไม่ช้านี้