ควมประเสริฐของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์ (ซ.)

 

ความประเสริฐของท่านหญิงฟาติมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์ (ซ) นั้นมีมากมายนัก ท่านอัลลามะอ์มัจญลิซีย์ ได้บันทึกรายงานไว้ว่า “อิมามริฎอ (อ) ได้กล่าวในครั้งหนึ่งว่า บุคคลใดก็ตามที่ได้ไปซิยารัตมะอ์ซูมะฮ์ในเมืองกุม เท่ากับบุคคลนั้นได้ซิยารัตฉันแล้ว”

เช่นเดียวกันในบรรดานักวิชาการ บรรดาอุลามาอ์ นักคิดนักเขียนในสายธารชีอะฮ์อิมามียะฮ์ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าท่านหญิงคือ “เกียรติยศแห่งอะฮ์ลุลบัยต์” เนื่องจากท่ามกลางสตรีที่อยู่ในวงศ์วานอะฮ์ลุลบัยต์ นามที่ประเสริฐ “ฟาติมะฮ์” มีเฉพาะแด่ท่านหญิงคนเดียวเท่านั้น

ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) ได้มีวจนะไว้ว่า “สตรีนางหนึ่งจากบรรดาลูกหลานของฉันจะเสียชีวิตในเมืองกุม นามของนางคือ ฟาติมะฮ์ เป็นลูกสาวของมูซา (อิมามมูซากาซิม (อ) และบรรดาชีอะฮ์ของฉันจะได้เข้าสรวงสวรรค์ด้วยการชะฟาอัต (อนุเคราะห์) ของนาง”

ท่านอิมามริฎอ (อ) ได้มีวจนะไว้ว่า “บุคคลใดก็ตามที่ได้ไปซิยารัตมะอ์ซูมะฮ์ สวรรค์คือรางวัลสำหรับบุคคลนั้น” และท่าอิมามยังได้กล่าวอีกว่า “บุคคลใดก็ตามที่เขาได้ไปซิยารัตมะอ์ซูมะฮ์ในเมืองกุม เท่ากับบุคคลนั้นได้ซิยารัตฉันแล้ว”

ท่านอิมามญะวาด (อ) ได้มีวจนะว่า “ใครก็ตามที่ได้ไปซิยารัตป้าของฉันในเมืองกุม รางวัลของเขาคือสรวงสวรรค์”

wiladatmasumah02

ท่านอายะตุลลอฮ์ ซัยยิดมะฮ์มูด มัรอะชีย์ นะญะฟีย์ บิดาของท่านอายะตุลลอฮ์ ซัยยิดชะฮาบุดดีน มัรอะชีย์ นะญาฟีย์ (ร.ฮ) ท่านมีความประสงค์อย่างมากที่จะได้ไปซิยารัตสถานที่ฝังศพของท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ) สักครั้งหนึ่งในชีวิตของท่าน

ท่านอายะตุลลอฮ์ นะญาฟีย์ จึงได้เริ่มอ่านอัลกุรอาน อ่านดุอาอ์ วิงวอน ขอต่อพระผู้เป็นเจ้าตลอดทั้งวันทั้งคือติดต่อกัน 40 วัน หลังจากค่ำที่สี่สิบเมื่อท่านได้จบการดุอาอ์วิงวอนแล้วท่านก็ได้เข้านอนเพื่อผักผ่อน ในคืนนั้นเองท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) ได้มาเข้าฝัน และได้กล่าวแก่ท่านในฝันว่า “จงยึดเหนี่ยวไปยังเกียรติยศแห่งอะฮ์ลุลบัยต์เถิด”

ในความคิดของท่านอายะตุลลอฮ์นะญาฟีย์ สิ่งที่ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) กล่าวคือ “ท่านหญิงฟาติมะฮ์ ซะฮ์รอ (อ)” ท่านจึงได้กล่าวแก่ท่านอิมาม (อ) ว่า “ชีวิตของข้าขอพลีเพื่อท่าน ฉันได้อ่านกุรอาน ดุอาอ์ วิงวอน ฉันประสงค์จะได้ทราบว่าสถานที่ฝังศพของท่านหญิงฟาติมะฮ์ ซะฮ์รอ (อ) บุตรีแห่งศาสดามุฮัมมัด (ศ) นั้นอยู่แห่งหนใดกันแน่ เพื่อที่ฉันจะได้ไปซิยารัตท่านหญิง (อ) สักครั้งหนึ่ง”

อิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) ได้กล่าวว่า “ฉันหมายถึง สถานฝังศพอันมีเกียรติของมะอ์ซูมะฮ์ในเมืองกุม” ท่านอิมามได้กล่าวต่ออีกว่า “ด้วยพระประสงค์แห่งพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งพระองค์ประสงค์จะให้สถานที่ฝังศพของท่านหญิงฟาติมะฮ์ ซะฮ์รอ (อ) นั้นยังถูกปกปิดอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้เองพระองค์ทรงทำให้สถานที่ฝังศพของมะอ์ซูมะฮ์ จึงเป็นสถานที่แห่งการปรากฎของสถานที่ฝังศพของท่านหญิงฟาติมะฮ์ ซะฮ์รอ (อ)”

ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) ได้กล่าวต่ออีกว่า “มาดแม้นว่าสถานที่ฝังศพของท่านหญิงฟาติมะฮ์ ซะฮ์รอ (อ) ไม่ถูกเปิดเผยออกมา แต่ทว่าเกียรติยศ ความเป็นสิริมงคลใดก็ตามที่ถูกซ่อนอยู่ในสถานทีฝังศพของท่านหญิงฟาติมะฮ์ ซะฮ์รอ (อ) พระองค์อัลลอฮ์ทรงมอบเกียรติยศ และความเป็นสิริมงคลเหล่านั้นแล้ว ณ สถานฝังศพของมะอ์ซูมะฮ์ (ซ)”

เมื่อท่านอายะตุลลอฮ์ นะญาฟีย์ ได้ตื่นขึ้นมาจากการนอนหลับ ท่านและครอบครัวจึงรีบเตรียมตัวเดินออกทางจากเมืองนะญัฟ ไปอิหร่านทันทีเพื่อซิยารัตสถานฝังศพของท่านหญิงฟาติมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์ (ซ)

ท่านอายะตุลลอฮ์ ซัยยิดชะฮาบุดดีน มัรอะชีย์ นะญาฟีย์ ได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกุมนาม 60 ปี ตลอดระยะเวลาดังกล่าว ท่านคือบุคคลแรกที่ได้เข้าไปซิยารัตท่านหญิงฟาติมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์ (ซ) ไม่ว่าจะฤดูร้อนหรือฤดูหนาว ท่านจะตื่นก่อนนมาซซุบฮ์ และไปยังฮาร๊อมของท่านหญิง และยืนอยู่หน้าประตูฮาร๊อม คอยจนประตูฮาร๊อมเปิด และท่านก็เป็นคนแรกที่ได้เข้าไปข้างใน

ท่านอัลลามะอ์ ซัยยิดมุฮัมมัด ฎอบาฎอบาอีย์ ในเดือนรอมฎอนทุกๆ วันช่วงละศีลอดท่านจะเดินไปที่ฮาร๊อมของท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์ (ซ) และท่านได้ละศีลอดที่ฮาร๊อมท่านหญิงเพียงเล็กน้อย เสร็จแล้วท่านก็กลับบ้านไปรับประทานอาหาร

ในสุดท้ายนี้ขอนำวจนะหนึ่งของท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์ (ซ) ที่ท่านหญิงได้มีวจนะโดยอ้างจากวจนะของท่านหญิงฟาติมะฮ์ ซะฮ์รอ (อ) ท่านหญิงกล่าวว่า “ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ได้กล่าวว่า พึงรู้ไว้เถิดว่า บุคคลใดก็ตามที่เขาได้จากโลกนี้ไปในขณะที่เขามีความรักต่อวงศ์วานอะฮ์ลุลบัยต์ เขาตายในสภาพของผู้ที่พลีชีพในหนทางของพระผู้เป็นเจ้า (ชะฮีด)”