“รอมฎอน” เดือนแห่งพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน

เดือนรอมฏอนเป็นเดือนของอัลเลาะห์ (ซบ.) เดือนแห่งการกลับตัวกลับใจ, เดือนแห่งการถือศีลอด, เดือนแห่งการบริจาคทาน, เดือนแห่งการวิงวอนและการเคารพภักดีต่ออัลลอฮ (ซบ.) นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นแล้วเดือนรอมฎอนยังเป็นเดือนที่อัลลอฮ (ซบ.) ทรงประทานพระมหาคำภีร์อัลกุรอานลงมาในเดือนนี้อีกด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เดือนนี้เป็นเดือนแห่งพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน

รายงานจากท่านอิมามมุฮัมหมัด บากิร (อ.) กล่าวว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีฤดูใบไม้ผลิเป็นของมันเอง และเดือนรอมฎอนก็เป็นฤดูใบไม้ผลิของคำภีร์อัลกุรอาน” อัลเลาะห์ (ซบ.) ทรงประทานคัมภีร์อัลกุรอานลงมาให้แก่ศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ศาสดาองค์สุดท้าย ศาสดาผู้เป็นที่รักยิ่งของประชาชาติอิสลาม และเป้าหมายแห่งการประทานคัมภีร์อัลกุรอานก็เพื่อเป็นธรรมนูญในการชี้นำมนุษยชาติสู่สัจธรรม

คัมภีร์อัลกุรอานเป็นคัมภีร์ที่มีความชัดเจนและสมบูรณ์มากที่สุดจากคัมภีร์ทั้งหมดที่อัลลอฮ (ซบ.) ทรงประทานลงมาให้กับมนุษยชาติแม้นว่าคำภีร์อัลกุรอ่านจะถูกประทานลงมาเป็นระยะเวลา 1400 กว่าปี แต่ช่างเป็นเรื่องน่าขันเสียนี่กระไรที่ประชาชาติมุสลิมยังคงมีการโต้เถียงกันในการทำความเข้าใจต่อคัมภีร์เล่มนี้ ในขณะที่พวกเขาต่างละเลยต่อความเป็นจริงขั้นพื้นฐานที่ว่า..ความศรัทธาและความบริสุทธิ์ของจิตวิญญาณเป็นสิ่งที่ต้องมีเป็นอันดับแรก ก่อนที่พวกเขาจะสามารถทำความเข้าใจเนื้อหาสารัตถะในคำภีร์เล่มนี้ได้

ถึงกระนั้นความเชี่ยวชาญในการอ่านภาษาอาหรับ และครูผู้มีคุณวุฒิก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้คำภีร์อัลกุรอ่าน แต่ถ้าเรามองกลับไปยังรัฐบาลอาหรับในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าพวกเขาประสบกับความล้มเหลวในการที่จะแยกแยะระหว่างถูกและผิด สิ่งนี้อาจเป็นเหตุผลที่อัลลอฮ (ซบ.) ทรงประทานค่ำคืนแห่งลัยละตุ้ลก็อดรฺลงมาในเดือนอันจำเริญนี้ ลัยละตุ้ลก็อดรฺเป็นค่ำคืนที่ประเสริฐที่สุดกว่าค่ำคืนใดๆ ค่ำคืนนี้จะมาพร้อมกับเดือนรอมฎอนของทุกๆปี

การปฏิบัติอามัลในเป็นค่ำคืนนี้ดีกว่าการปฏิบัติอามัลในเดือนอื่นๆมากถึงหนึ่งพันเดือน และที่ยิ่งไปกว่านั้นความศักดิ์สิทธิ์ของค่ำคืนแห่งลัยละตุ้ลก็อดรฺเป็นค่ำคืนที่ชี้ชะตากรรมของมนุษย์ ว่าหลังจากนี้ชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด จึงมีคำสั่งเสียอย่างมากมายให้ทำการค้นหาค่ำคืนนี้ในทุกๆปีของเดือนรอมฎอนเพื่อจิตวิญญาณของเขาจะได้สะอาดบริสุทธิ์ เมื่อจิตวิญญาณของเขามีความสะอาดบริสุทธิ์แล้วเขาก็สามารถเข้าใจถึงคำสอนต่างๆในคำภีร์อัลกุรอาน และในที่สุดเขาก็สามารถแยกแยะถึงความแตกต่างระหว่างถูกและผิดได้นั่นเอง

ในเมื่อรู้เช่นนี้แล้วก็จงรีบแสวงหาความใกล้ชิดยังพระผู้เป็นเจ้าด้วยกับการอ่านคำภีร์อัลกุรอานเถิด และจงมุ่งมั่นอยู่กับการนมาซและการวิงวอนขออภัยโทษ เพื่อที่ตัวท่านเองจะได้ไม่ตกไปอยู่ในกลุ่มของผู้ที่ “ขาดทุนและโชคร้าย” ที่สุด