อิมามฮุเซน (อ) ผู้สานต่อภารกิจของศาสดาอิบรอฮีม (อ)

ดังนั้น มุมหนึ่งขบวนการปฏิวัติกัรบาลา ก็คือขบวนการปฏิวัติที่ปฏิบัติตามแบบฉบับศาสดาอิบรอฮีม (อ.) ซึ่งมี ‘อัซม์’ ที่แน่วแน่และยิ่งใหญ่กว่า หรือเป็นผู้สานต่อขบวนการขอศาสดาอิบรอฮีม (อ.)หมายความว่าศาสดาอิบรอฮีม (อ.) สร้างทั้งหมด เพื่อส่งต่อแบบฉบับอันนี้ ให้กับอิมามฮุเซน (อ.) แสดงต่อ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่

วันนั้น…วันที่ขบวนการกัรบาลาเริ่มต้นอย่างแท้จริง…อย่างเป็นทางการ… คือ ‘วันที่แปด’ เดือนซุลฮิจญะฮ์ หลังจากที่ท่านอิมามฮุเซน (อ.) เข้าสู่มักกะฮ์ และได้เชิญชวนคนที่เตรียมตัวทำฮัจญ์ เชิญชวนบุคคลต่างๆ เหล่านั้นให้มาปลดปล่อยอิสลามจากการเป็นเชลยของ ‘บนีอุมัยยะฮ์ ‘ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าพูดถึงบนีอุมัยยะฮ์ยังไม่หมดว่า วงศ์วานนี้ วันหนึ่งได้ขึ้นมานั่งบนมิมบัรของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซล.) !!

วงศ์วานที่เชื้อสายจากฝ่าย ‘แม่’ คือ ‘นางฮินด์’ ที่กินตับท่านฮัมซะฮ์ (อ.) !!ฝ่าย ‘พ่อ’ คือ ‘อบูซุฟยาน’ คนแรกที่ต่อสู้กับศาสดามุฮัมมัด (ซล.) ไปจนถึงวันสุดท้ายที่นบีมุฮัมมัด (ซล.) พิชิตมักกะฮ์ !!และในวันนั้น อิสลามกำลังตกเป็นเชลยของวงศ์ตระกูลนี้ !!‘คอลีฟะฮ์’ ที่ขึ้นมานั่งบนมิมบัร (แท่นเทศนาธรรม) ของศาสดามุฮัมมัด (ซล.) และเป็นผู้นำประชาชาติอิสลาม คือ ‘ลูกซีนา ดื่มเหล้า ทำซีนา และฝ่าฝืนคำสั่งของอัลลอฮ์ (ซบ.) อย่างเปิดเผย’ !!

ซึ่งทุกนิกายในอิสลาม ทั้งหมดปฏิเสธการเป็นผู้นำ ของบุคคลเช่นนี้ !!แม้แต่จะเป็นอิมามนำนมาซ ก็ยังเป็นไม่ได้ ยกเว้นลัทธิวะฮาบีย์ที่พยายามสร้างความชอบธรรมให้ฟาสิก แบบยาซีดเป็นอะมีรุ้ลมุมีนีน !!แต่ไฉน วันนั้นประชาชาติอิสลามจึงให้สัตยาบันให้กับลูกซีนา ที่ดื่มเหล้า ทำซีนาเป็นนิจสิน ??และยอมรับให้บุคคลเช่นนั้นเป็น “อมีรุ้ลมุอ์มินีน” ??ภาวะตักกียะฮ์ ในวันนั้นเป็นสิ่งที่ฮาราม (ต้องห้าม) แล้ว !! หากจะถูกแผดเผาเหมือนอย่างศาสดาอิบรอฮีม (อ.) ก็ต้องยอมแล้ว !!

อิมามฮุเซน (อ.) จึงประกาศสาส์นอีกครั้งหนึ่งในวันที่แปดซุลฮิจญะฮ์ เรียกว่าวันเตรียมตัวไปสู่ทุ่งอารอฟะฮ์…สู่ทุ่งมินา…สู่การทำกุรบาน…อิมามฮุเซน (อ.) เป็นคนเชิญชวนผู้คนทั้งหมดออกจากการทำฮัจญ์ และประกาศให้พวกเขารู้ว่า ‘ฮัจญ์ที่แท้จริงอยู่ที่กัรบาลา’ !!นัยยะก็คือ ถ้าฏอวาฟที่นี่ (มักกะฮ์) ท่านฏอวาฟแค่บ้านของอัลเลอฮ์ (ซบ.) แต่ถ้าใครไปกัรบาลา เท่ากับเขากำลังไปฏอวาฟอัลลอฮ์ (ซบ.) !

ฮัจญ์ที่กัรบาลา ไม่ต้องนุ่งขาวห่มขาว เพราะ ‘อิฮ์รอม’ ที่กัรบาลา คือผ้ากะฟั่น !! …”ชะฮีด” คือชุดกะฟั่นที่กัรบาลา !!คนที่จะไปทำฮัจญ์ที่กัรบาลา ไม่ต้องนำพาอูฐ แพะ หรือแกะไป เพียงแต่ต้องนำพาชีวิตของเขาไป เพราะตัวเขาเป็นสิ่งที่ต้องกุรบาน !!ณ ทุ่งกัรบาลา …ไม่ใช่ทุ่งมินา!! …ไม่ใช่กะบะฮ์อีกต่อไป !!

หลังจากอิมามฮุเซน (อ.) ได้กล่าวฮาดิษบทนี้ และอ่านดุอาอะรอฟะฮ์ แล้วจึงมุ่งสู่อิรัก เบื้องต้น อิมามฮุเซน (อ.) เข้าสู่เมืองมักกะฮ์ โดยหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลจำนวนมากที่รักอัลลอฮ์ (ซบ.) คนที่กล่าว “ลับบัยกัลลอฮ ฮุมมะลับบัยก์”แต่เมื่อไม่ได้ดั่งที่หวัง จำนวนพลไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงใดๆ เพราะอิมามฮุเซน (อ.) เป็น ‘อุลิลอัซม์’ อย่างแท้จริง !!

ท่านอิมามฮุเซน (อ.) กล่าวว่า “กะบะฮ์ไม่ใช่สถานที่พบเจอกับพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) อีกแล้ว กะบะฮ์ที่มียะซีดนั่งอยู่ นั่นไม่ใช่สถานที่สำหรับผู้ศรัทธาจะทำการฏอวาฟอีกต่อไป วันนี้ “กุรบาน” ไม่ใช่แพะไม่ใช่แกะแล้ว ชีวิตของพวกท่านจะต้องทำกุรบาน เพื่อพิทักษ์อิสลาม ดังนั้นใครก็ตามที่มากับเรา อยู่กับเรา ก็ต้องพร้อมที่จะเสียสละเลือดเนื้อของเขา พร้อมที่จะเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง” เหมือนที่เราอ่านในสุญูดของซียารัตอาชูรอ ว่า

اَللّهُمَّ ارْزُقْنى شَفاعَةَ الْحُسَیْنِ یَوْمَ الْوُرُودِ وَ ثَبِّتْ لى قَدَمَ صِدْقٍ عِنْدَکَ مَعَ الْحُسَیْنِ وَ اَصْحابِ الْحُسَیْنِ

“โอ้อัลเลาะฮ์ (ซบ.) ในวันกิยามัต ขอให้เราได้รับชะฟาอัตจากอิมามฮุเซน (อ.) และขอพระองค์ทรงยึดมั่นเท้าของเราอยู่กับพระองค์ ยืนหยัดอยู่ข้างอิมามฮุเซน (อ.) และบรรดาสหายของท่านอิมามฮุเซน (อ.)” การขออันนี้ ต้องสุญูดแล้วขอจากพระองค์ และไม่ใช่ขอเพียงแต่ให้ได้ยืนหยัดเคียงข้างอิมามฮุเซน (อ.) เท่านั้นแต่ขอให้ได้ยืนหยัดเคียงข้างบรรดาอัศฮาบของอิมามฮุเซน (อ.) อีกด้วย

จากนั้นจึงอธิบาย คุณลักษณะของอัศฮาบของอิมามฮุเซน (อ.) คือบรรดา บุคคลที่พลีทุกสิ่งทุกอย่างของเขานั้น เพื่อที่จะกลับไปยัง ‘วะตัน’ (มาตุภูมิ) ของเขา มาตุภูมิที่แท้จริง บ้านเกิดแท้จริงของมนุษย์ คือการกลับไปหาพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) นั่นคือบ้านเกิดที่แท้จริงของมนุษย์

ดังนั้น “ใครที่จะกลับไปยังมาตูภูมิของเขา เขาจะต้องพลีทุกสิ่งทุกอย่างให้หมด เขาจึงจะกลับไปยังวะฏันได้ และใครที่พร้อม ก็จงออกมาเดินทางพร้อมกับฉัน” จุดสุดท้าย คือการกลับไปยังบ้านเกิด และเมื่อมนุษย์กลับสู่ ‘วะฏัน’ ของเขา เขาก็จะพบกับอัลลอฮ์ (ซบ.) “ฉันจะเดินทางออกไปเช้าวันพรุ่งนี้ อินชาอัลลอฮ์”

นั่นคือ ต้องพลีทุกอย่าง เพื่อกลับไปหาอัลลอฮ์ (ซบ.) เหมือนกับที่ศาสดาอิบรอฮีม (อ.) พร้อมกลับไปสู่ความเมตตาของพระองค์ แม้จะถูกเผา ศาสดาอิบรอฮีม (อ.) ก็ยังยืนยันว่า จะพบกับอัลลอฮ์ (ซบ.) ถ้าฉันถูกเผาจากกองไฟนี้ ฉันก็จะเป็นชะฮีด และการเป็นชะฮีดของฉันนี้ คือสิ่งที่ฉันปรารถนา

จากหนังสือ “ปรมัตถ์แห่งการพลี สดุดีอาชูรอ” โดยฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮุซัยนี