อธิการบดีอัลมุศฏอฟาชี้ประเทศไทยควรแสดงจุดยืนต่อเหตุการณ์โรฮิงยาอย่างชัดเจน

นายกัลยาณะ วิภัติภูมิประเทศ เอกอัครราชทูตในอิหร่านเข้าพบท่านอยาตุลลอฮ์ อะรอฟี

นายกัลยาณะ วิภัติภูมิประเทศ เอกอัครราชทูตในอิหร่านเข้าพบท่านอยาตุลลอฮ์ อะรอฟี

 

เมื่อช่วงบ่ายของวันพฤหัสที่ผ่านมา (7 กันยายน) เอกอัครราชทูตประเทศไทย ณ กรุงเตหะราน นายกัลยาณะ วิภัติภูมิประเทศ พร้อมคณะ เข้าพบอธิการบดีมหาลัยอัลมุศฏอฟา นานาชาติ อยาตุลลอฮ์ อะรอฟี โดยท่านอธิการบดีได้กล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตไทยและคณะ อีกทั้งยังชี้ถึงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ระหว่างประเทศอิหร่านกับประเทศไทยที่มีมาในอดีตและในปัจจุบัน ทั้งทางด้านเศรษกิจ การเมือง การปกครอง อีกทั้งในด้านการศึกษา โดยท่านอธิการบดีอัลมุศฏอฟา กล่าวว่า ในขณะนี้ มีนักศึกษาจากประเทศไทยเกือบร้อยคนที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยอัลมุศฏอฟาในระดับการศึกษาปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ในสาขาวิชาการต่างเกี่ยวกับอิสลามศึกษา ตัฟซีรอัลกุรอาน ประวัติศาสตร์อิสลาม ชีอะฮ์ศึกษา ปรัชญาอิสลาม เทววิทยาอิสลาม

และขณะเดียวกัน ก็มีนักศึกษาอิหร่านจำนวนหนึ่งที่กำลังศึกษาในประเทศไทยเช่นกัน ซึ่งเราถือว่า พวกเขาทั้งหลายนั้นคือ ทูตที่ดีที่สุดในการเจริญความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้เป็นอย่างดี

ท่านอยาตุลลอฮ์ อะรอฟี ถือว่า ญามิอะตุลมุศฏอฟา(Almustafa University) เป็นสื่อกลางในการทำความเข้าใจในศาสนาอิสลามที่แท้จริง ที่มีองค์ประกอบด้วยกับเหตุและผลทางหลักตรรกและปรัชญา อีกทั้งภายใต้กรอบของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานและวจนะของศาสดามูฮัมมัด (ศ็อลฯ) และบรรดาอะฮ์ลุลบัยต์ของท่าน โดยเรานั้นเชื่อว่า หลักศรัทธาที่แท้จริงต้องได้รับมาจากเหตุและผลทางตรรกและสติปัญญาเท่านั้น ซึ่งเราปฏิเสธการมีความเชื่อโดยปราศจากการใช้สติปัญญาทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี อัลมุศฏอฟานั้นมีหลักสูตรการเรียนการสอนในสาขาวิชาการต่างๆทั้งทางด้านปรัชญาและมนุษยศาสตร์อีกด้วย

ท่านอยาตุลลอฮ์ อะลี ริฎอ อะรอฟี ยังกล่าวเสริมว่า อัลมุศฏอฟาต่างมีความพยายามในการนำเสนอแนวความคิดโดยเน้นถึงการสนทนาวิชาการระหว่างศาสนาต่างๆ โดยมีการรักษาเอกภาพระหว่างศาสนาและการใช้ชีวิตอย่างสันติวิธีด้วยกัน

ท่านอธิการบดีอัลมุศฏอฟาอิหร่าน ยังชี้อีกว่า ถือว่าเป็นหน้าที่สำคัญของนักศึกษาในอิหร่านและนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากอิหร่านที่จะต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อพุทธศาสนา โดยมีการจัดเสวนาระหว่างศาสนาอิสลามกับพุทธศาสนาเพื่อทำความเข้าใจในสองศาสนา

ท่านอยาตุลลอฮ์ อะรอฟี อิมามญุมอะฮ์เมืองกุมและอธิการบดีอัลมุศฏอฟา ถือว่า อัลมุศฏอฟาได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในสาขาวิชาการที่นักศึกษาต้องการ โดยมีการจัดหลักสูตรแบบการศึกษาตามความต้องการของนักศึกษา ซึ่งในขณะนี้ มีนักศึกษาที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยอัลมุศฏอฟาหนึ่งร้อยกว่าประเทศในสาขาวิชาการทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

ท่านอยาตุลลอฮ์ อะรอฟี เน้นว่า หลังจากการปฏิวัติอิสลาม สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านก็ได้มีการพัฒนาการทางด้านความรู้และเทคโนโลยีเป็นจำนวนมาก และอัลมุศฏอฟาก็มีความพร้อมที่จะร่วมมือกับประเทศไทยในทางด้านการศึกษา โดยเฉพาะในการจัดตั้งสาขาอัลมุศฏอฟาที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทยในอิหร่าน

ทั้งนี้ อัลมุศฏอฟา ขอกล่าวประณามการกระทำที่สร้างความรุนแรงในศาสนา โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชาวมุสลิมโรฮิงยา เพราะว่า ในศาสนาอิสลามนั้นมิได้มีคำสอนให้มีการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ต่อกันและกันในระหว่างมนุษย์ด้วยกัน อีกทั้งศาสนาอิสลามนั้นเป็นศาสนาแห่งสันติภาพและให้เกียรติต่อมนุษย์ด้วยกันเป็นอย่างมาก

ในสถานการณ์ปัจจุบัน วันนี้ สถาบันการศึกษาบางแห่งในภูมิภาคตะวันออกกลางได้มีการสอนแนวความคิดสุดโต่งและนิยมความรุนแรง ขณะที่อัลมุศฏอฟามิได้มีการอบรมแนวคิดสุดโต่งนี้แต่อย่างใด

ท่านอยาตุลลอฮ์ อะรอฟี ยังกล่าวอีกว่า ข้าพเจ้าในนามของอิหร่านขอกล่าวประณามและรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นกับชาวมุสลิมโรฮิงยาและเรียกร้องต่อประเทศไทยให้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ โดยเรียกร้องให้มีการยุติการเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ชาวโรฮิงยาอย่างเร่งด่วนที่สุด