ใครคือผู้ประเสริฐที่สุด?

กษัตริย์ครองแคว้นเปอร์เซียองค์หนึ่ง มีโอรสสามคน กษัตริย์ผู้นี้มีความหลงใหลในการสะสมไข่มุกเป็นอย่างยิ่ง และตลอดหลายปี เขาได้สะสมไข่มุกจากประเทศต่างๆ มากมาย ซึ่งทำให้เขามีไข่มุกมากที่สุดในโลก และเป็นที่อิจฉาของบรรดาจักรพรรดิจากทั่วโลก กษัตริย์ประสงค์ที่จะมอบไข่มุกทั้งหมดเหล่านี้ให้แก่โอรสคนหนึ่งของเขาผู้แสดงให้เห็นว่าตัวเองเป็นผู้มีความประเสริฐมากกว่าคนอื่น ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเรียกโอรสทั้งสามมาเข้าเฝ้า และถามแต่ละคนว่า อะไรคือการกระทำที่ควรค่าแก่การยกย่องมากที่สุดที่พวกเขาแต่ละคนได้กระทำในระหว่างสามเดือนที่ผ่านมานี้

โอรสองค์โตกล่าวเป็นคนแรกว่า “ระหว่างการเดินทางของข้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ข้าได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนคนหนึ่งให้รับฝากเพชรนิลจินดาอันมีค่าจำนวนมากเอาไว้ เขาฝากข้าไว้ให้ดูแลให้ดี เพื่อนของข้าคนนี้ไม่ได้ทำบัญชีรายการของมีค่าเหล่านั้นไว้เลย ถ้าข้าแอบเก็บไว้สักชิ้นสองชิ้นเขาก็คงไม่สังเกตเห็นว่ามันหายไป และมันคงทำให้ข้าร่ำรวยเกินคาดคิดถ้าเอามันไปใช้จ่าย แต่ทว่า ข้าไม่ได้ทำเช่นนั้น ข้าเก็บรักษาหีบที่เขาฝากไว้กับข้าเป็นอย่างดี เหมือนกับว่ามันเป็นของข้าเอง และเมื่อเขากลับจากการเดินทาง ข้าก็ได้เพชรทั้งหมดให้แก่เขาเท่ากับที่เขาฝากข้าไว้” กษัตริย์ตอบว่า “ลูกเอ๋ย เจ้าเป็นคนซื่อสัตย์ที่สุด และถูกแล้วที่ว่าเจ้าได้ทำความดี แต่เจ้าก็เกือบจะทำเป็นอีกอย่างหนึ่งได้โดยไม่ละอาย”

เมื่อถึงคราวของโอรสองค์ที่สอง เขาพูดว่า “บิดาของข้า ขณะที่ข้ากำลังเดินข้ามแม่น้ำเมื่อวันก่อน ข้าเห็นเด็กคนหนึ่งเล่นอยู่ข้างสะพาน ขณะที่ข้ามองดูเขาอยู่นั้นเอง เขาก็ตกลงไปในน้ำ เขาคงจะจมน้ำตายไปแล้ว ถ้าข้าไม่ว่ายน้ำตามลงไปช่วยชีวิตเขาไว้”

กษัตริย์ตอบว่า “เจ้าเองก็ได้ทำตามหน้าที่ของเจ้าแล้วเช่นกัน แต่ในฐานะเจ้าชายผู้ทำหน้าที่ปกป้องรักษาทุกสิ่งทุกอย่างแทนพ่อ ผู้เป็นเจ้าครองดินแดนแห่งนี้ เจ้าเกือบจะปล่อยให้เด็กคนนั้นต้องจมน้ำตาย”

ถึงคราวของโอรสองค์ที่สาม เขาได้พูดว่า “ขณะที่ข้าข้ามภูเขาเมื่อวันก่อน ข้าเห็นชายคนหนึ่งอยู่ใกล้กับจุดอันตรายหน้าผาบนภูเขานั้น เขาเป็นคนที่เกลียดชังข้ามาตลอดชีวิตของเขาและเคยทำร้ายข้าด้วย เขานั่งพักและเผลอหลับไป ข้าจะเดินผ่านไปเฉยๆ โดยไม่พูดอะไรก็ได้ และคงไม่มีใครตำหนิข้าเพราะมันไม่ใช่ธุระของข้าที่ชายคนนั้นจะนอนอยู่ที่ไหน แต่มีเสียงหนึ่งภายในเรียกข้าให้กลับไปปลุกเขา แล้วข้าก็กลับไปปลุกเขา ทั้งที่รู้อยู่ตลอดเวลาว่าเขาต้องไม่เข้าใจว่าข้าไปปลุกเขาทำไม และเขาจะต้องโกรธข้า และเขาก็โกรธข้าจริงๆ”

“ลูกพ่อ” กษัตริย์ชราร้องเรียก “ไข่มุกทั้งหมดที่ข้าสะสมเอาไว้ บัดนี้เป็นของเจ้าแล้ว การทำความดีกับคนอื่นและกับศัตรู โดยไม่หวังผลหรือรางวัลใดๆ แม้เขาจะเคยทำไม่ดีกับเรา นั่นแหละคือการกระทำที่ประเสริฐอย่างแท้จริง และตั้งแต่นี้ไป ขอให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนสำหรับพวกเจ้าทั้งหมด นี่คือบทเริ่มต้นของการทดสอบที่ข้าจะทดสอบโอรสของข้า ว่าใครเหมาะสมที่จะเป็นรัชยายาทของข้า และจะได้เป็นกษัตริย์หลังจากข้า เพราะฉะนั้น จึงแข่งขันกันเพื่อทำความดีแก่ผู้อื่น และโอรสที่ควรค่าต่อการเป็นรัชทายาทครองบัลลงก์หลังจากข้าจะต้องเป็นผู้ที่ประเสริฐที่สุดในหมู่พวกเจ้า”

โอรสสององค์แรกไม่ได้ขุ่นเคืองที่บิดาของพวกเขาเลือกที่จะยกคลังไข่มุกทั้งหมดให้แก่โอรสองค์ที่สาม พวกเขาตัดสินใจที่จะอุทิศตนในการทำงานเพื่อประโยชน์สุขของราษฎรในอาณาจักรของพวกเขาไปตลอดชีวิต และเมื่อกษัตริย์ชราได้สิ้นพระชนม์ลง พวกเขาได้สวมมงกุฎให้แก่น้องชายคนเล็กและถวายความจงรักภักดีแก่เขา และสัญญาว่าจะเป็นที่ปรึกษาที่เชื่อถือได้มากที่สุดของเขาในการทำงานเพื่อประโยชน์สุขของราษฎร

บทเรียน : “จงทำดีต่อผู้อื่น แล้วจะได้รับสิ่งตอบแทนเป็นความรักอย่างล้นเหลือ”